ครูทองครูไทยหัวใจพอเพียง

คลังเก็บรายเดือน: มิถุนายน 2014

เช้าวันหนึ่งผู้จัดการใหญ่เดินทางไปถึง สนง. โดยไม่รู้ตัวว่าลืมรูดซิบ
กางเกง จนทำให้เห็นไอ้จ้อน
เลขาฯสาวเห็นเข้าก็หน้าแดง พูดเป็นนัยๆว่า..
“ตอนออกจากบ้าน เจ้านายได้ปิดประตูโรงรถหรือเปล่าคะ?”
ดูเหมือนว่าเจ้านายของเธอจะยังไม่เข้าใจ เขาเดินเข้าไปในห้องทำงานและเปิดแฟ้ม อ่านรายงานต่างๆ ทันที จนกระทั่งสักครู่หนึ่ง จึงสังเกตเห็นว่าซิปกางเกงเปิดอยู่เลย เลยนึกถึงคำทัก
แปลกๆของเลขาฯสาวขึ้นมา..และเข้าใจความหมายทันที เขาเรียกเลขาฯเข้ามา ทำทีเป็นสั่งกาแฟ..แล้วถามว่า “ตอนที่ประตูโรงรถเปิดอยู่ คุณเห็นจากัวร์คันใหญ่ของผม จอดอยู่ข้างในหรือเปล่า?”
เลขาฯสาวยิ้มอย่างน่ารัก ก่อนตอบ “ไม่เห็นค่ะ หนูเห็นแต่รถมินิคูเปอร์คันเล็กที่ยางหน้า 2 ข้าง แบนแต๊ดแต๋เลยค่ะ”

ไม่อยากไปโรงเรียน 555
แม่ : ตื่นได้แล้วลูก ได้เวลาไปโรงเรียนแล้ว
ลูก : แต่ผมไม่อยากไปอ่ะ
แม่: บอกแม่มา2เหตุผล ทำไมลูกถึงไม่อยากไปโรงเรียน?
ลูก :  1. นักเรียนทุกคนเกลียดผม     2. ครูทุกคนก็เกลียดผม
แม่ : นั่นมันไม่ใช่เหตุผล ลุกขึ้น ลูกต้องไปโรงเรียน
ลูก : บอกผมมา2เหตุผล ทำไมผมถึงต้องไปโรงเรียน?
แม่ : 1. คือลูกอายุ 57ปีแล้วและ    2. คือลูกเป็น ผอ. นะลูก!!

วิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์ กันไว้ก่อนนะครับ


คุณหมอจิตแพทย์ส่งมาให้ครับ
ป้องกันอัลไซเมอร์ด้วยท่ากระต่ายขาเดียว
******************
การบริหารแบบยืน “กระต่ายขาเดียว”
ลองทำดูนะ ไม่ยาก แต่เคล็ดลับอยู่ที่ “ต้องหลับตา”…
จะยืนท่าไหนก็ได้ ขอให้เป็นขาเดียว ลองขาซ้ายกับขาขวาคนละที จะรู้สึกไม่เหมือนกัน หากยืนได้ไม่ถึง 10 วินาที แสดงว่าประสาทควบคุมของคุณถดถอยไปถึงอายุ 60-70 ปีแล้ว
ฝึกบ่อย ๆ จะฟื้นฟูความสมดุล
ผู้รู้แนะว่า หากทำให้ได้วันละ 1 นาที จะมีประโยชน์ต่อการรักษาระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด โรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง และจะห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์
เมื่อร่างกายเกิดการเจ็บป่วย ทางแพทย์จีนถือว่าอวัยวะในร่างกายมีสภาพการทำงานที่ไม่สัมพันธ์กัน ร่างกายจะเกิดสภาพไม่สมดุล ฉะนั้น การ”ยืนกระต่ายขาเดียว” จะทำการปรับปรุงไกล่เกลี่ยความสัมพันธ์เหล่านั้น
ที่เท้ามีเส้นประสาทที่สำคัญวิ่งผ่านถึง 6 เส้น “การยืนขาเดียว” ทำให้เส้นประสาทที่อ่อนแอเกิดอาการปวดเมื่อย ถือเป็นการฝึกฝนไปในตัว และพลอยทำให้อวัยวะที่เกี่ยวเนื่องกับเส้นประสาทเหล่านั้นได้รับการปรับแต่ง
การยืนด้วยขาข้างเดียว ทำให้มีสมาธิ จะชักนำให้ลมปราณและโลหิตในร่างกายวิ่งลงสู่ฝ่าเท้า ทำให้เกิดผลดีต่อการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง และยังสามารถปรับปรุงอาการสมองฝ่อ ป้องกันโรคที่เกี่ยวกับสมองได้อีกด้วย ที่สำคัญจะเพิ่มพูนระบบอิมมูนของร่างกายอย่างรวดเร็ว ใครที่เป็นโรคเท้าเย็น ได้ผลทันตาเลย
ผู้รู้บอกอีกว่า คนอายุช่วงไหนก็ทำได้ หากทำตั้งแต่ยังหนุ่มสาวจะดียิ่ง
แต่คนอายุ 70 ขึ้นไป หรือคนแก่ที่ไม่สามารถแม้แต่จะยืนมั่นคงได้ด้วยสองขาของตัวเอง ก็อาจสายเกินไปซะแล้ว…