img1
img2
img3
img4
img5
img6
img7

ชาติกำเนิด

ก่อนอื่นขออนุญาตใช้ข้อความคำว่า"ชาติกำเนิด"ของครูมนตรีนะครับดูเข้ากับตัวข้าพเจ้าหน่อย ข้าพเจ้าถือกำเนิดเกิด เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๙ ณ บ้านเลขที่ ๕๒/๑ หมู่ที่ ๙ ตำบลบางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยหมอตำแยประจำหมู่บ้าน บิดาชื่อนายประเสริฐ เอี่ยมศิริ มารดาชื่อนางลิ้นจี่ นิ่มอนงค์ อาชีพทำสวน และรับจ้างทั่วไป โดยได้นามตามท้องเรื่องว่า "เด็กชายทองสุข เอี่ยมศิริ" ไม่มีชื่อเล่นแต่ พี่สาวเรียกว่า "ไอ้ก่อง" คงเป็น เพราะตอนเด็ก ๆ ข้าพเจ้าผอมมาก มีคนบอกว่าเกิดมาใหม่ ๆ ต้องนอนในกระด้ง ไม่ทราบว่าเพราะอะไร แต่ข้าพเจ้าอนุมานเอาว่า คงเป็นเพราะสมัยก่อน คนเรายังเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจกันอยู่ เด็กเกิด มาใหม่ ๆ กินคราวคงแรง เขาคงกลัวว่าผีปอบจะมาเอาเด็กไป กิน เอาเป็นว่ารอดมาได้ก็แล้วกัน
เข้าโรงเรียนครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๖ ณ โรงเรียนวัดบางกระเจ็ด ครูประจำชั้นชื่อนายอำนวย เป็นครูใจดี ที่ว่าใจดี เพราะไม่เคยเห็นท่านตีเด็ก เมื่อสมัยเด็กๆฐานะทางบ้านยากจนมาก (ตอนนี้ก็ยังจน) จึงได้เรียนจบแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เท่านั้น
หลังจากจบ ป. ๖ ก็ไม่มีโอกาสเรียนต่อทั้ง ๆ ที่อยากเรียนนะ จบออกมาประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ทำงานทุกอย่าง ที่มีคนจ้าง แน่นอนจบแค่ป. ๖ จะหางานดี ๆ สบาย ๆ คงจะยาก นอกเสียจากงานที่ต้องใช้แรงงาน ระหว่างทำงานก็คิดเรื่อง เรียนต่อตลอดเวลา ว่าทำอย่างไรจะได้เรียน ประมาณปี ๒๕๒๖ โรงเรียนวัดบางกระเจ็ด ร่วมกับการศึกษานอกโรงเรียนประกาศ รับสมัครนักเรียนเพื่อเปิดเรียนภาคค่ำ มีคนไปสมัครเรียนกันมากรวมถึง ข้าพเจ้าด้วย รวมกันแล้วได้ ๑ ห้องเรียน ใช้เวลาเรียน ๑ ปี ครึ่ง จึงจบเทียบเท่า ม. ๓ สาเหตุที่อยากเรียนและเรียนจนจบก็เพราะว่า เมื่อประมาณปี ๒๕๒๔ พี่ชายไปเป็นทหารที่ชลบุรี แล้วมีโอกาสไปสวนสนามที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ แล้วถ่ายรูปมาให้ดูเป็นรูปที่เท่มาก ๆ ทำให้ข้าพเจ้า อยากเป็นทหาร และพี่ชายบอกว่าจบม.๓ ก็สมัครเรียนนักเรียนนายสิบได้แล้ว ข้าพเจ้าจึงเรียน แต่พอมาถึงปี ๒๕๓๐ ข้าพเจ้า ได้มีโอกาสไปเป็นทหารเกณฑ์หวังว่าจะได้มีโอกาสไปสอบนักเรียนนายสิบกับเขาบ้าง เขากลับรับคนที่จบ ม.๖ ก็เลยต้องผิดหวัง อย่างแรง
ข้าพเจ้าเป็นทหารอยู่ ๒ ปี จึงปลดประจำการ และเข้าไปทำงานที่กรุงเทพ ฯ อยู่ประมาณ ๓ - ๔ เดือนเท่านั้น ก็กลับ มาอยู่บ้านเพราะไม่ชอบกรุงเทพ ฯ หวังว่าจะกลับมาเลี้ยงปลาที่บ้าน แต่พอกลับมาอยู่ที่บ้านไม่กี่เดือน ครูที่โรงเรียนวัดบางกระเจ็ด ฝากคนมาบอกว่า ที่อำเภอเขาเปิดรับสมัครนักการภารโรงลองไปสมัครซิ เขารับหลายคนนะ ก็เลยลองไปสมัครดู มีคนมาสมัคร เยอะมาก แต่เขารับเพียง ๗ คนเท่านั้น ก็เลยต้องมีการสอบแข่งขัน ปรากฏว่าข้าพเจ้าสอบได้ที่ ๒ จึงได้เข้าไปเป็นนักการภารโรง ช่วงนี้เองที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้เรียนต่อระดับ ม.๖ ที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ฉะเชิงเทรา จบประมาณปี ๒๕๓๗ และสมัคร เรียนต่อระดับอนุปริญญาที่สถาบันราชภัฎฉะเชิงเทรา และจบประมาณปี ๒๕๔๐ และสมัครเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่สถาบัน ราชภัฎฉะเชิงเทราจนจบประมาณปี ๒๕๔๒ เหตุก็เพราะว่าปีแรกที่ข้าพเจ้าเข้ามาเป็นนักการภารโรง โรงเรียนที่ข้าพเจ้าไปอยู่ มีครูอยู่เพียง ๒ คนเท่านั้น และด้วยเหตุนี้เอง ข้าพเจ้าจึงมีโอกาสได้เป็นครูสอนเด็กนักเรียน จำได้ว่ามีนักเรียนทั้งหมด ๙ คน และ นักเรียน ๙ คนนี้เองเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าอยากเป็นครูจริง ๆ จึงคิดเรียนต่อ ข้าพเจ้าเป็นนักการภารโรงทั้งหมด ๓ โรงเรียน โรงเรียนแรกคือโรงเรียนบ้านบางชีล้อม เป็นโรงเรียนที่บรรจุเป็นภารโรง ประมาณ ๔ ปี โรงเรียนก็ยุบ เพราะเด็กน้อยเกินไป โรงเรียนที่สองมาช่วยราชการที่โรงเรียนวัดบางกระเจ็ด เป็นโรงเรียนที่เรียนสมัยที่เรียนอยู่ตอนประถม อยู่ได้ประมาณ ๑ ปี อำเภอ ก็สั่งให้ย้ายไปลงที่โรงเรียนวัดสามแยก และอยู่ที่นี่ได้ประมาณ ๑ ปี
ข้าพเจ้าเป็นนักการภารโรงอยู่ประมาณ ๖ ปี จึงลาออก มาสมัครเป็นครูอยู่โรงเรียนมารดานฤมล เป็นโรงเรียนเอกชน ตอนมาสมัคร ข้าพเจ้ามีวุฒิเพียงอนุปริญญาเท่านั้น ข้าพเจ้ามาจบปริญญาก็ตอนอยู่โรงเรียนนี้นี่เอง หลังจากเรียนจบก็เตรียมตัว หาที่สอบบรรจุ จังหวัดแรกที่ไปสอบก็คือโคราช เมืองย่าโม ข้าพเจ้าสอบได้ลำดับที่ ๑๔๖ นอนรอเขาเรียกตัวอยู่ ๒ ปี แต่ก็ สิ้นหวังเพราะเขาเรียกไม่ถึง ปี ๒๕๔๔ ไปสอบที่จังหวัดสระแก้ว คราวนี้สอบได้เลขตัวเดียวเชียวนะ คือ ๒๒ รออยู่เกือบ ๒ ปีก็ ไม่เรียกสักที ข้าพเจ้าสอนอยู่โรงเรียนมารดานฤมลประมาณ ๖ ปี จึงลาออก
ข้าพเจ้าลาออกมานอนอยู่บ้านประมาณ ๒ เดือน จังหวัดปราจีนบุรีมีหนังสือเรียกตัวให้ไปสอบสัมภาษณ์เพื่อบรรจุเป็นครู และข้าพเจ้าก็โชคดีที่ถูกเลือกได้บรรจุเป็นข้าราชการครูจริง ๆ สักที ( จังหวัดปราจีนบุรีเขาขอให้บัญชีของจังหวัดสระแก้วครับ ) โรงเรียนแรกที่บรรจุ คือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี เมื่อวันที่ ๒๔ กุมถาพันธ์ ๒๕๔๖ สอนที่นั่นอยู่ประมาณ ๔ ปี ก็ขอย้าย
๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๙ มาอยู่ที่โรงเรียนดอนฉิมพลีพิทยาคม อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา อยู่ที่นี่ประมาณ ๓ ปี จึงขอย้าย
๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒ มาอยู่ที่โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๓ ชนะสงสารวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ปัจจุบันนี้ครับ

 

คอมเมนต์คอมเมนต์  

 
0 #2 ดิษลาดพร้าว 2014-04-22 23:41
สุดยอดเลย พี่ สู้ชีวิตจริงๆ ขอคาระวะ
อ้างอิง
 
 
0 #1 Phai14 2012-06-22 18:33
สุดยอด...คนสู้ชีวิต :-) เก่งจังเก่งมากๆ เลยอยากให้คนที่ เค้าไม่ทำงานหรื ออยู่ไปวันๆแบบง อมืองอเท้าขอเงิ นพ่อกับแม่มาเห็ นจังเลย...สู้ต่อไปนะคะคนส ู้ชีวิต :-) :-) :-) :-)
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ kruthong@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช